คนไทย ดวลปืนสนั่นผับท่าขี้เหล็ก ยังไม่ชัดบาดเจ็บ-เสียชีวิต กี่ราย เร่งหาเหตุจูงใจ

คนไทย ดวลปืนสนั่นผับท่าขี้เหล็ก

คนไทย ดวลปืนสนั่นผับท่าขี้เหล็ก ยังไม่ชัดบาดเจ็บ-เสียชีวิต กี่ราย เร่งหาเหตุจูงใจ

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เพจ Tachileik News Agency ซึ่งเป็นเพจข่าวท้องถิ่นประจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตรงข้ามอำเภอแม่สายจังหวัดได้รายงานว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. ตามเวลาของประเทศไทย ว่าได้มีเหตุการณ์คนยิงต่อสู้กัน เกิดขึ้นในสถานบันเทิงที่เป็นผับกึ่งร้านอาหารชื่อ ร้าน 9 change Bar บ้านสันทรายไต จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตรงข้ามฝั่งถนนกับโรงแรมวันจีวัน ห่างลำน้ำสายและจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สาย เล็กน้อย

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในขณะที่ลูกค้าภายในร้านทั้งชายและหญิงรวมไปถึง ผู้ให้บริการยังให้บริการและดื่มกินกันปกติ มีเสียงนักดนตรีเล่นเพลงให้ความผ่อนคลายแก่ผู้เข้ามาใช้บริการอยู่เหมือนผับทั่วไป ซึ่งขณะที่ผู้คนกำลังนั่งดื่มกินกันอยู่นั้น ได้มีเสียงปืนดังขึ้นจากโต๊ะมุมหนึ่งของร้าน ชั่วอึดใจได้มีเสียงตะโกนตกใจของคนในร้าน

ผู้เห็นเหตุการณ์ได้กล่าวว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุคาดว่าเป็นคนไทยที่ลักลอบข้ามไปทำงาน หรือหนีคดีไปยัง จ.ท่าขี้เหล็ก โดยฝ่ายหนึ่งได้เริ่มยิงปืนขึ้นฟ้า 2 นัด เพื่อข่มขู่เป็นเหตุให้ฝ่ายตรงข้ามได้ยิงตอบโต้ และจากนั้นได้มีการต่อสู้กันของกลุ่มคน 2 ฝ่าย ทำให้โต๊ะเก้าอี้และข้าวของภายในร้านล้มกระจัดกระจาย ก่อนที่เสียงปืนจะเงียบลง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ถ่ายคลิปช่วงเกิดเหตุเอาไว้ด้วย ท่ามกลางความกลัวและตื่นตกใจของคนในร้านที่ต่างระบุว่าไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่ผับแห่งนี้มาก่อน

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจของ จ.ท่าขี้เหล็ก เข้าไปตรวจสอบพบ หวยลาว ซึ่งเบื้องต้นตัวเลขของผู้บาดเจ็บ หรือชีวิตยังไม่ชัดเจน โดยเจ้าหน้าที่เมียนมาระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บ บางหน่วยรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้จำนวน 1 คน และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน

ส่วนเพจข่าว Tachileik News Agency รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย อย่างไรก็ตาม ทางการท้องถิ่นเมียนมากำลังเร่งสรุปตัวเลขที่แน่นอนของผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ รวมไปถึงกำลังดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุจูงใจในการก่อเหตุนี้ต่อไป

 

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*