ชีวิตตกอับ ‘เวนิส บขส.’ อดีตแชมป์โลก ป่วยหนัก โรครุมเร้า สุดรันทดยังชีพด้วยเงินผู้สูงอายุ

'เวนิส บขส.' อดีตแชมป์โลก WBC

ชีวิตตกอับ ‘เวนิส บขส.’ อดีตแชมป์โลก WBC สภามวยโลก ในวัย 73 ปี ป่วยหนักโรคความดันและเบาหวานรุมเร้า สุดรันทด ยังชีพด้วยเงินผู้สูงอายุ

26 ส.ค. 2565 – ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครพนม ถึงความคืบหน้ากรณีมีเพจเกี่ยวกับนักมวยเก่าในเฟซบุ๊ก ว่า เวนิส บขส. อดีตนักมวยแชมป์โลก W.B.C คนที่ 4 ของไทย ได้เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบ ด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ที่บ้านดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม สิริอายุรวม 73 ปี 4 เดือน 19 วัน ซึ่งสร้างความงวยงงแก่ผู้คนในพื้นที่ และแฟนมวยเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเพจดังกล่าวก็ไม่ได้ระบุรายละเอียดอะไรทั้งสิ้น

ทางด้านผู้สื่อข่าวจึงได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าไม่เป็นความจริงตามที่เพจนั้นกล่าวอ้าง โดยจากการสอบถาม นางณิยมรัศม์ พลเชียงขวาง อายุ 78 ปี พี่สาวของ เวนิส บขส. ยืนยันว่าน้องชายยังรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลนครพนม หลังเกิดอาการช็อกจากโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2565 ภายหลังได้ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนครพนม ปัจจุบันอาการยังทรงตัว อยู่ระหว่างการดูแลรักษาของแพทย์อย่างใกล้ชิด

สำหรับ เวนิส บขส. มีชื่อจริงว่า นายประเวศ พลเชียงขวาง หรือเวศ ปัจจุบันอายุ 73 ปี ฉายาในวงการมวยตั้งให้คือซ้ายพิมาต เป็นอดีตแชมป์โลก มวยสากล ที่เคยมีชื่อเสียงรุ่งโรจน์เมื่อเกือบ 50 ปีก่อน โดยเส้นทางชีวิตสมัยเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา มีใจรักในอาชีพนักมวยมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากชีวิตครอบครัวยากจน จึงอยากมีรายได้จากการชกมวยเพื่อแลกค่าตัว จึงเดินสายรับจ้างชกมวยตามงานวัดตั้งแต่ค่าตัวไม่กี่สิบบาท ประกอบกับพี่ชายทำค่ายมวยในชื่อค่ายพรายทอง โดยเริ่มฉายแววเป็นเพชฌฆาตบนสังเวียน และได้ไต่เต้าจากมวยวัดสู่ระดับมวยอาชีพ กระทั่งเรียนจบชั้น มศ.3 (ในสมัยนั้น) จากโรงเรียนปิยะมหาราชาลัย เขตเทศบาลเมืองนครพนม

ต่อมามีคนชักชวนไปอยู่กับค่ายมวยในเมืองกรุงชื่อค่าย บขส. โดยเริ่มจากมวยแทน จนมีชื่อเสียงโด่งดัง ก่อนจะเบนเข็มเป็นนักมวยสากล และได้แชมป์มวยรอบครั้งแรก เมื่อประมาณ 2508 ในศึกมวยรอบพ็อบท็อป ครั้งนั้นได้ค่าตัวประมาณ 1,500 บาท จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจมุ่งมั่นในการฝึกซ้อม จนก้าวขึ้นสู่แชมป์ฟลายเวทประเทศไทย 112 ปอนด์ เวทีลุมพินี) แชมป์ราชดำเนิน 115 ปอนด์ และแชมป์รุ่นฟลายเวท (112) WBC สภามวยโลก เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2515 ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก กับ เบตูลิโอ กอนซาเลซ แชมป์โลกชาวเวเนซุเอลา โดยเวนิสเป็นฝ่ายชนะน็อกในยกที่ 10 ท่ามกลางจำนวนผู้ชมถึง 30,000 คน ซึ่งถือเป็นแชมป์สูงสุดของนักมวยระดับโลก ซึ่งเคยได้รับค่าตัวสูงสุดที่ประมาณ 1.2 ล้านบาท ทำให้ชีวิตรุ่งเรืองสในยุคนั้นมาก โดยไม่แตกต่างนักมวยชื่อดัง และดาราดังระดับประเทศ จนมีวงการมายาทาบทามไปแสดงละคร

ทั้งนี้ นายประเวศ พลเชียงขวาง หรือ เวนิส บขส. แขวนนวมไปในปี พ.ศ. 2524 เมื่ออายุได้ 32 ปี เคยเปิดเผยชีวิตสุดแสนรันทดกับผู้สื่อข่าวว่า ชีวิตไม่เที่ยงแท้ เคยรุ่งโรจน์มีชื่อเสียงโด่งดังมาตลอด กระทั่งชีวิตได้เข้าสู่ขาลง จนทำให้ต้องแขวนนวมลาวงการมวยหลังจากชกมวยแพ้หลายครั้ง เนื่องจากสภาพร่างกายถดถอยตามกาลเวลา จึงต้องอำลาชีวิตบนผืนผ้าใบ โดยทาง บริษัทขนส่งได้บรรจุเข้าเป็นพนักงาน ในตำแหน่งพนักงานต้อนรับ แต่ตัดสินใจลาออกหลังทำงานได้ประมาณ 10 ปี เพื่อกลับบ้านเกิดหันมาทำงานเปิดบริษัทจัดหางานส่งแรงงานไปต่างประเทศ พร้อมปักหลักสร้างครอบครัวแต่งงานกับภรรยาคนแรก ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกัน มีลูกด้วยกัน 2 คน แต่โชคไม่เข้าข้าง ทำธุรกิจได้ประมาณ 5 ปี เกิดปัญหาขาดทุนจากบริษัทใหญ่ล้ม ทำให้ทรัพย์สินที่เคยมีหลาย 10 ล้านบาท หายไปในระยะเวลาไม่กี่ปี จนเป็นหนี้สิน ชีวิตตกต่ำเพราะไม่มีรายได้ที่มั่นคง ที่สำคัญครอบครัวแตกแยกไปคนละทาง ซึ่งปัจจุบันลูกชายและลูกสาว ไปอาศัยอยู่กับแม่ ที่ทำงานมีครอบครัวอยู่ประเทศแคนาดา

ส่วนบั้นปลายชีวิตของอดีตแชมป์โลก WBC สภามวยโลก ต้องมาทำไร่ทำนา อาศัยรายได้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ส่วนภรรยาคนล่าสุดเป็นชาว อ.นาแก จ.นครพนม เสียชีวิตเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้อยู่ตามลำพัง อาศัยพี่น้องดูแลช่วยเหลือตามสภาพ

“จากบรรดาพี่น้องทั้งหมด 5 คน ผมเป็นคนที่ 4 ที่สำคัญความภาคภูมิใจสูงสุดในชีวิตนอกเหนือจากรางวัลเกียรติยศ ในวันที่ 29 กันยายน 2515 ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ได้แชมป์ฟลายเวท WBC ซึ่งถือเป็นแชมป์สูงสุดของนักมวยระดับโลก betflix ผมชกกับนักมวยแชมป์โลก เบตูลิโอ กอนซาเลซ ชาวเวเนซุเอลาเวนิส ชนะน็อกคว้าแชมป์เปี้ยนมาครองสำเร็จ พร้อมได้รับพระราชทานเข็มรางวัล และได้เคยเข้าเฝ้าองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกทั้งพระองค์ ได้เเสด็จทอดพระเนตรการชกมวยด้วยพระองค์เอง หลังจากชนะแล้ว ได้ลงจากเวทีเพื่อเข้าเฝ้ากราบฝ่าพระบาท พระองค์ทรงตรัสถามว่า เจ็บมั้ย เหนื่อยมั้ย เก่งมากหนู ขอให้รักษาแชมป์ไว้นานๆ แบบรุ่นพี่ และยังมีการทอดพระเนตรด้วยแววตายิ้มแย้ม เมตตา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น หาที่สุดมิได้ และเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต ที่พระองค์ทรงมีพระเมตตา ผมในฐานะพสกนิกรชาวไทย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาคุณ สิ่งเดียวที่ตอบแทนได้คือทำความดีเพื่อสังคม และไม่สร้างปัญหากับสังคม”เป็นคำให้สัมภาษณ์ของ เวนิส บขส. ที่เคยกล่าวไว้ก่อนจะล้มป่วย

 

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*