นอนคุก! ศาลไม่ให้ประกัน 3 คนร้าย อุ้มนักธุรกิจ ปล้นนาฬิกาหรู ริชาร์ด มิลล์ 25 ล้าน

นอนคุก! ศาลไม่ให้ประกัน 3 คนร้าย อุ้มนักธุรกิจ ปล้นนาฬิกา ริชาร์ด มิลล์ 25 ล้าน เผยคดีมีโทษสูง ผู้ต้องหาเป็นคนต่างด้าวหวั่นมีพฤติการณ์จะหลบหนี

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.65 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ยื่นคำร้องฝากขัง นายเหอ จุนฮุย อายุ 37 ปี สัญชาติจีน (Mr.He Juihui ) นายเทิง เขาเฟิง อายุ 36 ปี (Mr.Heng Yaofeng ) สัญชาติจีน และนายเจิ้น จินหยง อายุ 36 ปี ( Mr.Zheng Jinyong ) สัญชาติจีน ผู้ต้องหาที่ 1-3 ปล้นนาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อริชาร์ด มิลล์ มูลค่าราคา 25,000,000 บาท

โดยแจ้งข้อกล่าวหามีความผิดฐาน “ร่วมกันเอาตัวบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีไป โดยขู่เข็ญ ใช้ กำลังประทุษร้าย หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใดหรือหน่วงเหนี่ยวหรือกังขังบุคคลใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่, ปล้นทรัพย์โดยมี อาวุธ 5 โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม, romaslot

ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้การะ ทำการใดไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของผู้ถูก ข่มขืนใจ หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น, ร่วมกันพาอาวุธ ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุอันควร”

สรุปพฤติการณ์ เมื่อวันที่ 27 ก.ค. เวลาประมาณ 14.27น. นายเหอ กับพวก ควบคุมตัว นายหยาง ฮว่า สัญชาติวานูอาตู เชื้อชาติจีน ผู้เสียหาย ขณะอยู่ที่บริเวณที่จอดรถใต้อาคาร แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยพาตัวควบคุมขึ้นไปบนรถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ใช้มีดจี้ผู้เสียหายและพูดข่มขู่ให้ โอนเงินจำนวน 2 ล้านหยวน คิดเป็นเงินไทยจำนวน 10 ล้านบาท

แต่ผู้เสียหายไม่ยินยอมจึง ผู้ต้องหาที่1-2ร่วมกันใช้เทปกาวพันบริเวณศีรษะของผู้เสียหาย จากนั้นพูดจาข่มขู่เพื่อบังคับให้ผู้เสียหายส่งมอบนาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อริชาร์ด มิลล์ รุ่น 65-01 มูลค่าราคา 25 ล้านบาท และกุญแจรถยนต์ ยี่ห้อเบนซ์ 1 ดอก มูลค่า ราคา 500,000 บาท ผู้เสียหายเกิดความกลัวจึงส่งมอบทรัพย์สินให้กับผู้ต้องหาทั้งสามไป

จากนั้นผู้ต้องหาทั้งสามปล่อยตัวผู้เสียหายลงจากรถ ไว้แถวย่านอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โดยก่อนที่จะปล่อยตัวผู้เสียหายลงจากรถ ผู้ต้องหา ทั้งสามพูดข่มขู่ว่า “ถ้าไม่โอนเงินให้ภายในคืนนี้ ก็จะมาจับตัวผู้เสียหายพร้อมครอบครัวอีกครั้ง” ภายหลังผู้ต้องหาขับรถเพื่อหลบหนีไป ผู้เสียหายจึงเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสามจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ก.ค. เวลาประมาณ 18.00น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกัน สืบสวนติดตามพบผู้ต้องหาที่ 3 จึงนำภาพดังกล่าวให้ผู้เสียหายดู และให้การยืนยันว่าผู้เสียหายรู้จักกับบุคคลดังกล่าวจริง โดยเป็นบุคคลที่เคยยืมเงินจากผู้เสียหายไปจำนวน 2 ล้านบาท และไม่ยอมใช้คืนแก่ผู้เสียหาย และผู้เสียหายเชื่อว่า ผู้ต้องหาที่ 3 เป็นผู้ที่ให้ข้อมูลของผู้เสียหายแก่กลุ่มคนร้าย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บก.ตม. 2 สตม. เพื่อติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาไว้ก่อน ในกรณีที่อาจจะนั่งเครื่องบินหลบหนี ออกนอกประเทศ

จนกระทั่งเวลาประมาณ 01.20 น. ของวันที่ 28 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ตรวจสอบพบผู้ต้องหาที่ 3 ผ่านด่าน ตม. ขาออก เพื่อรอขึ้นเครื่องบิน จึงประสานกับสายการบินแห่งหนึ่งจากสนามบินสุวรรณภูมิไปประเทศกาตาร์ เครื่องจะออกบินในเวลา 02.30น. จึงประสานสายการบินให้ชะลอการบินไว้ก่อน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ปป.บก.ตม.6 ร่วมกันขึ้นไปบนเครื่องบินไปเชิญตัว ผู้ต้องหาทั้งหมดและขอตรวจค้นตัวบุคคลทั้ง 3 คน จนพบนาฬิกาของกลางดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามส่งพนักงานสอบสวน สน. วังทองหลาง เพื่อสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เหตุเกิดที่อาคาร 1 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม.

ชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาที่ 1-3 ขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาทุกข้อกล่าวหา

การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสอง, 310, 313(2)(3), 340 วรรคสอง, 340 ตรี, 371 ประกอบมาตรา 83

พนักงานสอบสวนสอบสวนและควบคุมตัวผู้ต้องหามาโดยตลอด จะครบกำหนด ควบคุมตัว 48 ชั่วโมง หากแต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากจะต้อง สอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 5 ปาก, รอผลการตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบวัตถุพยานจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง รอผลการตรวจ ลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว ข้างต้น จึงขออนุญาตศาลฝากขังผู้ต้องหาไว้ในระหว่างการสอบสวน มีกำหนด 12 วัน นับแต่วันที่ 30 ก.ค. – 10 ส.ค.

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนระบุว่า หากผู้ต้องหาทั้งสาม ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาล พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว ด้วยเหตุที่เป็นคดีมีอัตราโทษสูง และผู้ต้องหาเป็นบุคคลต่างด้าวเกรงว่ามีพฤติการณ์จะหลบหนี

ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขัง โดยศาลอาญาอนุญาตฝากขังผู้ต้องหาชาวจีนทั้ง 3 คนแล้ว ต่อมาผู้ต้องหาทั้ง 3 คนยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดรวมกว่า 1 ล้านบาท ขอปล่อยชั่วคราว

โดยศาลอาญา พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดีตามคำร้องฝากขังแล้ว เห็นว่าผู้ต้องหาทั้งสามเป็นบุคคลต่างด้าวไม่มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักร หรือที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ประกอบกับผู้ร้องคัดค้าน กรณีจึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว ผู้ต้องหาทั้งสามน่าจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*