สามีเปิดใจ ภรรยาแพ้กุ้งหวิดดับ โรงแรมหรูไม่ติดป้ายอาหาร ปัดรับผิดชอบ

สามีเปิดใจ ภรรยาแพ้กุ้งหวิดดับ โรงแรมหรูไม่ติดป้ายอาหาร ปัดรับผิดชอบ ค่ารักษาพยาบาลก็ได้ประกันของตัวเองจ่าย อยากเตือนเป็นอุทาหรณ์

จากกรณี เพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part 2 โพสต์เรื่องราว มีคนร้องเรียนว่า โรงแรมหรูไม่ติดป้ายแสดงเมนูอาหาร มีลูกค้าแพ้กุ้งกินเข้า อาการวิกฤตเข้าห้องฉุกเฉิน แต่โรงแรมปัดความรับผิดชอบ

สำหรับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 65 ข่าวสดออนไลน์ ได้คุยกับคุณเอ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นสามีของผู้ป่วย เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้น วันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.00 น. ตนไปกินข้าวกับภรรยาที่โรงแรมหรูย่านสุขุมวิท พอไปถึงตนกับภรรยาก็ไปตักอาหารตามปกติ และกลับมานั่งกินที่โต๊ะ ภรรยาตักสลัดมากินในนั้นมีปลาแซลม่อน พอกินเข้าไปคำแรก ภรรยามีความรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เหมือนจะกินกุ้งเข้าไป เพราะเขาเป็นคนแพ้กุ้ง จึงเรียกพนักงานของโรงแรมมาถาม เพื่อให้แน่ใจว่าในสลัดมีอะไร พนักงานยืนยันว่า “เป็นสลัดผักผลไม้” จึงถามย้ำไปว่า “มีกุ้งหรือเปล่า แฟนพี่แพ้กุ้ง” พนักงานก็ยืนยันว่า “ไม่มีค่ะ” แต่พอภรรยากินสลัดเข้าไปอีก ปรากฏว่าเคี้ยวไปโดนเนื้อกุ้ง เขาก็พยายามคายออกมา แต่ก็มีบางส่วนที่กลืนไปแล้ว

นายเอ กล่าวว่า ต่อมาภรรยาเริ่มแพ้กุ้ง จึงให้พนักงานโรงแรมไปตรวจสอบว่าในสลัดมีกุ้งหรือไม่ พนักงานออกมาบอกว่า “จานนี้มีกุ้งจริงๆ” ตนจึงเริ่มโวยวาย ให้โรงแรมเรียกรถพยาบาลด่วน เพราะภรรยาบอกว่า “เวลามีไม่เยอะแล้ว” เขาเริ่มมีอาการอาเจียน หายใจไม่ออก ตัวเริ่มบวม ริมฝีปากบวมจนติดจมูก อาการค่อนข้างหนัก ตอนนั้นตนช่วยปฐมพยาบาลให้ภรรยากินน้ำเปล่าเข้าไปเยอะๆ จนรถพยาบาลมาถึงก็ขึ้นรถไปด้วย ภรรยาไม่สามารถตอบคำถามหมอได้แล้ว ตนจึงบอกหมอไปว่า “เต็มที่เลยหมอ อยากทำอะไรทำเลย” เพราะว่าตอนนั้นอาการวิกฤตแล้ว ซึ่งคุณหมออกว่า “ถ้าช้าไปมากกว่านี้ ความดันโลหิตอาจจะตก คนไข้อาจจะช็อกจนเสียชีวิตได้” พอไปถึงโรงพยาบาล หมอก็ช่วยรักษาจนผ่านวิกฤตมาได้ ตอนแรกหมอให้นอนดูอาการ 2 วัน แต่ด้วยความจำเป็นต้องกลับไปดูแลลูกที่บ้าน จึงขออยู่ที่โรงพยาบาล 1 วัน ค่ารักษาพยาบาล 30,000 กว่าบาท ซึ่งประกันสุขภาพของภรรยาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

นายเอ กล่าวว่า ในส่วนของทางโรงแรมไม่ได้แสดงหรือติดต่อโรงพยาบาลว่าจะเป็นเจ้าของไข้ให้ วันเกิดเหตุภายใน 24 ชม. ก็ไม่มีใครเข้ามา ต้องดูแลตัวเอและสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน ที่ตนติดใจคือรู้สึกว่า “โรงแรมค่อนข้างใจดำ ไม่มีน้ำใจ ทั้งที่ป่วยในสถานที่ของเขา ต้นเหตุก็คือเขา แต่ไม่มาดูแล” ซึ่งปกติโรงแรมมีประกัน แล้วประกันของโรงแรมควรจะติดต่อลูกค้า ที่ป่วยอยู่โรงพยาบาลตั้งแต่วันแรก ควรจะเคลียร์ค่าใช้จ่ายให้ลูกค้า ตนพยายามทวงถามไปตลอด ซึ่งเพิ่งได้เบอร์ของประกันนับไป 7 วัน หลังจากภรรยาออกจากโรงพยาบาล กลายเป็นว่าพอให้ประกันของภรรยาจ่ายค่ารักษาพยาบาล ประกันของโรงแรมไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้ ตนมีความรู้สึกไม่ยุติธรรม  Betflix

นายเอ กล่าวว่า ผลสรุปทางประกันของโรงแรมแจ้งว่าไม่จำเป็นต้องจ่าย เพราะลูกค้าประมาทเอง ส่วนที่โรมแรมไม่ได้ติดป้ายอาหาร ก็ไม่มีความผิด และในระหว่างที่พนักงาน กำลังไปหาคำตอบว่าในสลัดมีกุ้งหรือไม่? ทางลูกค้ากินเข้าไปเอง ซึ่งข้อมูลไม่ตรงกัน ตนจึงบอกไปว่า “ให้เรียกพนักงานคนนั้นมาคุยต่อหน้าเลย จะได้รู้ว่าความจริงคืออะไร” เขาก็ตอบว่า “พนักงานคนนี้ไม่ได้มาทำงานที่นี่แล้ว” พอตนถามหากล้องวงจรปิด เขาก็บอกว่า “ตรงที่ลูกค้านั่งไม่มีกล้องวงจรปิด” ตนพยายามหาความจริง แต่กลับไม่มีข้อมูล

คุณเอ บอกว่า ตอนนี้ภรรยาอาการเริ่มดีขึ้น แต่ยังเหนื่อยง่ายกว่าปกติ เวียนศีรษะ ที่ตนออกมาพูดไม่อยากได้เงิน แต่อยากเตือนให้เป็นอุทาหรณ์

 

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*