หนุ่มแวะฉี่ข้างทาง หาทางกลับรถไม่เจอ เดินหลงป่าอยู่ 3 วัน

สุดงง หนุ่มแวะฉี่ข้างทาง แต่หาทางกลับรถไม่เจอ เดินหลงป่าอยู่ 3 วัน เกือบไม่รอด

หนุ่มแวะฉี่ข้างทาง หาทางกลับรถไม่เจอ เดินหลงป่าอยู่ 3 วัน

วันนี้ (25 พฤษภาคม 2565) นายสมศักดิ์ พานิชกุล ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมกันวางแผนค้นหา นายอำนาจ ดินกระโทก อายุ 45 ปี ชาวบ้านดงใหญ่ หมู่ที่ 2 ตำบลดงใหญ่ อำเภอพิมาย หลังนายอำนาจ ได้ขับรถปิ๊กอัพ โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง พาญาติไปหาหมอที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา หลายวันแล้วไม่กลับบ้าน

โดยล่าสุดพบว่ารถปิ๊กอัพของนายอำนาจ จอดเปิดไฟขอทางอยู่ริมถนน สายพิมาย-ห้วยแถลงบ้านหนองม่วง หมู่ที่ 12  ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง ตรวจสอบภายในรถพบโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ อยู่ครบ แต่ไม่พบตัวนายอำนาจ Nowbet

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานติดต่อญาติ จนกระทั่งทราบว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายอำนาจได้ขับรถพาญาติไปหาหมอที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาในช่วงเช้า โดยญาติบอกให้รอรับกลับด้วย แต่นายอำนาจไม่ได้รอ โดยขับรถกลับมาก่อน

จนกระทั่งทางญาติติดต่อไม่ได้ จึงได้ออกตามหา จนพบว่ารถของนายอำนาจจอดอยู่ในพื้นที่อำเภอห้วยแถลง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฮุก31 จุดห้วยแถลง ออกค้นหาตัว

โดยเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังกันจำนวนกว่า 50 คน กระจายกันค้นหาตามป่าไม้ข้างทาง จนกระทั่งมาพบตัวนายอำนาจ นั่งอยู่ในบริเวณป่าข้างทางรถไฟ  ตรงข้ามกับโรงเรียนหินดาดวิทยา ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง สภาพไม่สวมเสื้อ ตามร่างกายมีรอยแผลเกิดจากกิ่งไม้และหญ้าข้างทางขูดขีด โดยพบมีอาการอ่อนแรง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ให้ดื่มน้ำ และนำตัวออกมาจากป่า

พบว่าจากจุดที่นายอำนาจเดินหายไปในป่า ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยจากการสอบถามนายอำนาจถึงสาเหตุในการเดินหลง่า แต่นายอำนาจพูดจาวกไปวนมา จึงทำให้ไม่รู้สาเหตุที่หลงป่า โดยทางญาติของนายอำนาจสันนิฐานว่า นายอำนาจน่าจะขับรถกลับบ้านในตำบลดงใหญ่ อำเภอพิมาย แต่ด้วยที่นายอำนาจมีอาการหลงลืม จึงเข้าใจว่าเป็นเส้นทางกลับบ้าน

ส่วนสาเหตุที่เดินลงป่า สันนิฐานว่า เจ้าตัวน่าจะเดินลงไปปัสสาวะในป่าข้างทาง หลังจากนั้นเดินหลงเข้าไปในป่า จนไม่สามารถหาทางออกได้ เพราะเป็นในช่วงกลางคืน ประกอบกับนายอำนาจมีอาการหลงลืมอยู่ด้วยจึงทำให้เดินหลงป่าดังกล่าว อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะได้สอบถามญาติและนายอำนาจอีกครั้งถึงสาเหตุในการเดินหลงป่าในครั้งนี้ต่อไป