Anxiety อาการไม่สบายใจคืออะไร? สัญญาณที่พึงสังเกตแล้วก็แนวทางจัดการ |Mahajitnakhon
(https://static.wixstatic.com/media/e4f607_3a62cdfe471c48b68564a1f627c61902~mv2.png/v1/fill/w_740,h_740,al_c,q_90,usm_0.66_1.00_0.01,enc_avif,quality_auto/e4f607_3a62cdfe471c48b68564a1f627c61902~mv2.png)
ความรู้สึกหนักใจเป็นการตอบสนองตามธรรมชาติซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเผชิญกับความไม่เที่ยง ความกดดัน หรือสถานการณ์ที่พวกเราประเมินว่าบางทีอาจเป็นอันตราย ตัวอย่างเช่น การสอบ การสัมภาษณ์งาน ปัญหาความเชื่อมโยง หรือการตัดสินใจประเด็นสำคัญ
ความรู้สึกไม่สบายใจในระดับที่เหมาะสมบางทีอาจช่วยให้พวกเราระแวดระวัง คิดแผน แล้วก็ตระเตรียมต่อสถานการณ์เจริญขึ้น อย่างไรก็ดี แม้ความกลุ้มอกกลุ้มใจเกิดขึ้นบ่อยมาก มีความร้ายแรง ควบคุมได้ยาก หรือเริ่มมีผลต่อการนอน การทำงาน การศึกษา ความเกี่ยวเนื่อง แล้วก็การใช้ชีวิตประจำวัน โรควิตกกังวล อาการดังที่ได้กล่าวมาแล้วอาจควรจะได้รับการคาดคะเนเสริมเติม
บทความนี้ชี้แจงความหมายของ ความไม่สบายใจ (Anxiety) อาการที่อาจเจอ ไม่เหมือนกันระหว่างความไม่สาบายใจทั่วไปกับโรคตื่นตระหนก ตลอดจนวิธีในการดูแลพื้นฐานและก็ตอนที่ควรพิจารณาขอคำแนะนำผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ
ความไม่สบายใจ (Anxiety) เป็นอย่างไร?
ความรู้สึกกลุ้มใจหมายถึงภาวะของความหวาดกลัว ความกลุ้มใจ หรือความกังวลใจที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลคาดหมายว่าอาจมีเหตุที่มีอันตราย ไม่แน่นอน หรือควบคุมได้ยาก
การมีความกังวลเป็นครั้งคราวมิได้แปลว่าบุคคลนั้นมีโรคไม่สบายใจ
คนที่มีความผิดปกติในกลุ่มโรคกังวลมักมีความกลัวหรือความไม่สบายใจในระดับที่รุนแรงและมากเกินไป ควบคุมได้ยาก แล้วก็อาจกำเนิดร่วมกับอาการทางความนึกคิด ร่างกาย แล้วก็ความประพฤติปฏิบัติ รวมถึงส่งผลต่อการใช้ชีวิตในครอบครัว สังคม การเล่าเรียน หรือการทำงาน
อาการตื่นตระหนกมีอะไรบ้าง?
อาการกังวลสามารถแสดงออกได้หลายด้าน และแต่ละบุคคลอาจมีแบบอย่างอาการแตกแตกต่างกัน
อาการที่อาจเจอ อย่างเช่น
- ด้านความคิดแล้วก็อารมณ์: ตื่นตระหนกมากจนเกินไป คิดวน คาดคะเนคำตอบในทางลบ รู้สึกเคร่งเคลียด กระสับกระส่าย รำคาญ สมาธิต่ำลง หรือตัดสินใจได้ยาก
- ด้านร่างกาย: ใจเต้นเร็วหรือใจสั่น เหงื่อไหลไคลย้อย สั่นเทิ้ม อ้วก ป่วยหนักท้อง กล้ามเนื้อตึง รู้สึกอ่อนล้าง่าย หรือนอนหลับได้ยาก
- ด้านการกระทำ: หลบหลีกเหตุการณ์ที่นำไปสู่ความไม่สาบายใจ เลื่อนกิจกรรมบางสิ่งบางอย่างออกไป หรือจำกัดการใช้ชีวิตเพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่ปรารถนา
อาการของโรคตื่นตระหนกบางทีอาจรวมทั้งปัญหาด้านสมาธิและการตัดสินใจ ความรำคาญ ความเครียด ความกระวนกระวาย ใจสั่น เหงื่อซึม สั่นเทิ้ม ปัญหาด้านการนอน และก็ความรู้สึกว่ากำลังจะมีอันตรายขึ้น
แต่ อาการทางร่างกายบางชนิด ยกตัวอย่างเช่น ใจสั่น เจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือหน้ามืด อาจจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะมูลเหตุทางกายได้เช่นเดียวกัน ถ้าหากมีลักษณะร้ายแรง กะทันหัน ไหมสามารถกำหนดปัจจัยได้ ควรเข้ารับการวัดทางด้านการแพทย์
ความรู้สึกไม่ค่อยสบายใจทั่วไปกับโรควิตกแตกต่างกันเช่นไร?
(https://static.wixstatic.com/media/nsplsh_610559868e594d2fb1cda6e3897ad439~mv2.jpg/v1/fill/w_740,h_416,al_c,q_80,usm_0.66_1.00_0.01,enc_avif,quality_auto/nsplsh_610559868e594d2fb1cda6e3897ad439~mv2.jpg)
ความกังวลทั่วไปมักเกิดขึ้นสโมสรกับเรื่องหรือปัญหาที่มีต้นสายปลายเหตุแจ่มกระจ่าง บำบัดความวิตกกังวล เป็นต้นว่า แรงกดดันจากงาน การสอบ ปัญหาการเงิน หรือความเคลื่อนไหวในชีวิต แล้วก็มักต่ำลงเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
ในทางตรงกันข้าม โรคกังวลมีลักษณะของความกลัวหรือความกลุ้มใจที่มากเกินไป ควบคุมได้ยาก รวมทั้งเกิดขึ้นต่อเนื่องจนส่งผลให้เกิดความทุกข์ใจหรือกระทบต่อการดำเนินชีวิตอย่างเป็นจริงเป็นจัง
โรคตื่นตระหนกไม่ได้มีเพียงแบบอย่างเดียว แต่มีหลายสภาวะ ดังเช่นว่า
Generalized Anxiety Disorder ซึ่งมีลักษณะวิตกกังวลมากเกี่ยวกับหลายเรื่องในชีวิตประจำวัน, Panic Disorder ซึ่งเกี่ยวกับ Panic Attack รวมทั้งความหวาดกลัวว่าจะเกิดอาการซ้ำ, Social Anxiety Disorder ซึ่งเกี่ยวข้องกับความกลัวหรือวิตกกังวลอย่างมากในเหตุการณ์ทางด้านสังคม Anxiety และก็ Specific Phobia ซึ่งเป็นความกลัวอย่างมากต่อสิ่งหรือสถานการณ์บางจำพวก
การมีลักษณะบางข้อก็เลยไม่เพียงพอในการวินิจฉัยโรค และควรจะพิเคราะห์จากภาพรวมของอาการร่วมกับการวัดโดยผู้ชำนาญ
อะไรเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความกังวล?
ความรู้สึกกังวลมิได้เกิดขึ้นจากสาเหตุเพียงด้านเดียว
เหตุที่เกี่ยวโยงอาจมีความเครียดจากการทำงานหรือการศึกษาเล่าเรียน ปัญหาความสัมพันธ์ ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับทางการเงิน การเปลี่ยนแปลงสำคัญในชีวิต ประสบการณ์ที่กระทบจิตใจ การสูญเสีย สาเหตุทางบุคลิกลักษณะ สุขภาพด้านร่างกาย การนอน และสาเหตุทางชีวภาพ
โรคตื่นตระหนกเกิดจากปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของเหตุด้านสังคม จิตใจ แล้วก็ชีวภาพ รวมทั้งคนที่เคยผ่านประสบการณ์ที่เหนื่อยยาก อาทิเช่น การถูกรังควาน การสูญเสียอย่างรุนแรง หรือเหตุไม่พึงปรารถนา อาจมีความเสี่ยงมากขึ้น
เพราะเหตุนี้ การมองว่าความกังวลมีเหตุที่เกิดจากการคิดมากมายเพียงอย่างเดียวก็เลยไม่สามารถที่จะอธิบายสภาวะดังที่กล่าวมาข้างต้นได้อย่างครบถ้วน
ความรู้สึกกลุ้มอกกลุ้มใจแบบไหนที่ควรเริ่มขอร้อง?
การพินิจว่าความกังวลส่งผลต่อการดำรงชีวิตมากมายเท่าใด บำบัดความวิตกกังวล (https://www.mahajitnakhon.com/post/anxiety) ควรจะพินิจขอความเห็นผู้เชี่ยวชาญเมื่อความไม่สบายใจมีลักษณะสม่ำเสมอ ควบคุมได้ยาก หรือเริ่มมีผลต่อการนอน การเล่าเรียน การทำงาน ความข้องเกี่ยว การเข้าสังคม หรือความสามารถสำหรับการทำกิจกรรมตามปกติ
อีกสัญญาณหนึ่งเป็นการเริ่มหลีกเลี่ยงสถานการณ์ต่างๆมากขึ้นเพราะเหตุว่าความหวาดกลัวหรือความรู้สึกหนักใจ ดังเช่น หลบหลีกการเดินทาง การพบปะผู้คน การร่วมสัมมนา หรือเหตุการณ์ที่เคยสามารถทำเป็นตามปกติ
(https://static.wixstatic.com/media/11062b_85b9535662e74b4f920cd11dd49c405d~mv2.jpg/v1/fill/w_740,h_493,al_c,q_85,usm_0.66_1.00_0.01,enc_avif,quality_auto/11062b_85b9535662e74b4f920cd11dd49c405d~mv2.jpg)
การหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่กระตุ้นความรู้สึกกังวลเป็นแบบอย่างที่เจอได้ในโรคตื่นตระหนก และก็อาการอาจมีผลต่อการดำนงชีพในหลายด้าน
ปรึกษาเราจะแนะนำเต็มที่ https://www.mahajitnakhon.com/post/anxiety (https://www.mahajitnakhon.com/post/anxiety)